Wednesday, January 27, 2021

Records management program ภายใน University of Wollongong



สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกคน...กลับมาพบกับดาอีกแล้วนะคะ :D ดาด้าก็จะเข้ามาโพสต์ถึงเนื้อหาเกี่ยวกับสารสนเทศที่มีสาระน่าสนใจเช่นเคยค่ะ สำหรับสาระน่ารู้เกี่ยวกับสารสนเทศที่ดาด้าจะมาโพสต์ในวันนี้เกี่ยวกับหน่วยงานนึงในองค์กรค่ะ นั่นก็คือ Records management program: RMP ค่า






ที่มาภาพ : https://milwaukee.thefiledepot.com/2019/12/16/classification-and-filing-plan-is-the-backbone-of-records-management-program/



            Records management program: RMP คือ แผนงานจัดการเอกสาร หรือที่เรียกว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการเอกสารภายในองค์กร ซึ่งหน่วยงานนี้มีหน้าที่ดูแลจัดการเอกสารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ยังไม่สิ้นกระแสการใช้งาน รวมไปถึงเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งานแล้ว มีหน้าที่คล้ายคึงกับหน่วยงานสารบรรณของประเทศไทยค่ะ

            ซึ่ง RMP ของแต่ละหน่วยงานมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ องค์กรจะใช้ค่ะ เช่น Records Management Unit, Records/Archives, Special Collections, and etc.

          วันนี้ดาด้าจะพาผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักกับ RMP ของ University of Wollongong ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียกันค่ะ ซึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหน่วยงาน RMP อยู่ แต่จะใช้เป็นชื่อว่า Records Management Unit ค่ะ



ที่มาภาพ: https://www.uow.edu.au/



หน่วยจัดการเอกสารของมหาวิทยาลัย Wollongong 
               
            หน่วยจัดการเอกสาร (RMU) เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายกำกับดูแลและกฎหมายของมหาวิทยาลัย หน้าที่ของหน่วยงานคือเพื่อให้แน่ใจว่า UOW มีภาระหน้าที่ในการจัดการข้อมูลและจัดเก็บเอกสารที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบันทึกของรัฐ หน่วยงานดำเนินการโดยเน้นถึงประโยชน์ทางธุรกิจของการจัดเก็บเอกสารที่มีประสิทธิภาพให้กับพนักงานทุกคนตลอดจนการดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการเอกสาร สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับกรอบการจัดการเอกสารของมหาวิทยาลัย รวมถึงนโยบายการจัดการเอกสารในปัจจุบันและขั้นตอนและแนวทางที่เกี่ยวข้อง

       

            โดยหน่วยงานจัดเก็บเอกสารมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้    

                   ✿ จัดการพื้นที่เก็บข้อมูลกลางของเอกสารมหาวิทยาลัย

-                   บริหารจัดการตลอดจนการปรับปรุงและปรับปรุงระบบการจัดการเอกสารและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (EDRMS ตามเนื้อหา Oracle Web Center) อย่างต่อเนื่อง

-                     ให้การศึกษา การฝึกอบรมและคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการเอกสารสำหรับการสร้างจัดเก็บกำจัดและจัดเก็บเอกสารตลอดจนการแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลแก่เจ้าหน้าที่ทุกคน

-                  สนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารรวมถึงเจ้าหน้าที่อาวุโสที่รับผิดชอบในการจัดการเอกสารเรื่องที่เกี่ยวข้อง

-                  ประเมินระบบธุรกิจเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการเอกสารและข้อกำหนดทางกฎหมาย

-                  อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาการเก็บรักษาเอกสาร

-                  จัดการความสัมพันธ์และความร่วมมือกับผู้ให้บริการภายนอกและซัพพลายเออร์ที่ต้องการในพื้นที่การจัดการเอกสาร

ที่มาภาพ : https://vitalrecordscontrol.com/records-management-procedures/



โดยส่วนตัว ดาด้ามีความคิดเห็นว่า มหาวิทยาลัยนี้มีหน่วยงานการจัดเก็บเอกสานที่มีหน้าที่ที่หลากหลายมากเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องเป็นที่ปรึกษา และเป็นคนที่ควรให้คำแนะนำต่างๆแก่ เจ้าหน้าที่คนอื่นอีกด้วย อีกทั้งยังมีการรับการจัดการดูแลเอกสารให้แก่บุคคลภายนอกมหาลัยอีกด้วย









และนี่ก็เป็นข้อมูลทั้งหมดที่ดาด้าอยากนำเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกันค่ะ ก็เป็นความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับสารสนเทศกันนะคะ ซึ่งหน่วยงานนี้ก็เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญมากหน่วยงานนึงภายในองค์กรเลยทีเดียว เพราะนอกจากเอกสารจะเป็น หลักฐานการดำเนินงานภายในองค์กรแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเลยค่ะ เช่น การนำมาทำวิจัย และอื่นๆ ดังนั้น จะต้องมีการจัดการเอกสารเหล่านี้ไว้อย่างดี เป็นระบบเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานในอนาคตค่ะ สำหรับวันนี้ ดาด้าก็ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ







อ้างอิง

-  University of Wollongong.(ม.ป.ป.).Records Management at UOW [online]. สืบค้นจาก https://www.uow.edu.au/about/governance/records-management/ ( 28 มกราคม 2564 )

Monday, January 18, 2021

'' นักจัดการเอกสาร '' อีกหนึ่งอาชีพที่มีคุณค่าต่อองค์การ



สวัสดีค่ะ ผู้อ่านทุกท่านกลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ ใน Blog แห่งนี้ วันนี้ดิฉันเองก็มีสาระที่น่าสนใจนำมาฝากผู้อ่านกันอีกเช่นเคยค่ะ ! ในช่วงโรค COVID-19 ที่กำลังระบาดนี้ ดิฉันเชื่อว่าหลายคนเลยกำลังประสบปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง หรือการต้องกักตัว เบื่อๆ เซงๆ อยู่ที่บ้าน ยังไงก็ตามไม่ว่าใครที่กำลังพบเจอปัญหาใดอยู่ ดิฉันก็ขอให้ทุกท่านผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในที่สุดนะคะ เรามาสู้ไปด้วยกัน! 

วันนี้ดิฉันจะมีสาระน่ารู้เกี่ยวกับอาชีพมาฝากกันค่ะ เป็นอีก 1 อาชีพที่มีความสำคัญต่อองค์กรต่างๆมาก แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงมากพอสมควรเลยในประเทศไทย ทั้งๆที่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศอเมริกานั้น อาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่องค์กรมองหาอยู่ตลอด และอีกทั้งยังได้เงินเดือนที่สูงอีกด้วย

นั่นก็คือ อาชีพ นักจัดการเอกสาร นั่นเองค่ะ !! หรือภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า Records Manager, Records management specialist, Digital records manager และอื่นๆ อ่านดูแล้วคุ้นๆกันบ้างมั้ยคะ? สงสัยมั้ยคะว่าอาชีพนี้ทำอะไร แล้วอาชีพนี้คืออะไร ไปอ่านกันเลยค่ะ !


ที่มาภาพ : https://www.scanningandindexing.com/company-needs-effective-records-management-policy/


นักจัดการเอกสาร มีหน้าที่ดูแลและควบคุมเอกสารให้เป็นระบบระเบียบ โดยนักจัดการเอกสารมีหน้าที่ตั้งแต่การดูแลขั้นตอนการกำหนดของเอกสารนั้นๆ หรือการได้รับเอกสารมาสู่องค์กร ไปตลอดจนการนำเอกสารมาประเมินผลเพื่อใช้ประโยชน์ในองค์กร และยังมีหน้าที่ในการนำเอาเอกสารเหล่านั้นไปจัดเรียงเพื่อจัดเก็บให้เป็นระเบียบ อีกทั้งนักจัดการเอกสารยังมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลในเอกสารทั้งหมดขององค์กร และท้ายสุดคือหน้าที่ในการจำกัดเอกสารที่ไม่ได้ใช้แล้วขององค์กร และนอกจากนี้ นักจัดการเอกสารยังมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 

- ดูแลในการเปลี่ยนถ่ายข้อมูลของเอกสารในกระดาษมาสู่การจัดเก็บข้อมูลนั้นลงเป็นอิเล็กทรอนิกส์ 

- การเขียนรายงานหรือการสร้างสิ่งพิมพ์

- เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้แก่การสอบถามข้อมูลของลูกค้า หรือการขอข้อมูลของลูกค้า

- การจัดประเภทและการจัดทำดัชนีระเบียน

- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารสามารถเข้าถึงได้ง่ายเมื่อจำเป็นต้องนำมาใช้

- ให้การฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องการการเข้าถึงเอกสารหรือมีความรับผิดชอบในการรักษาเอกสาร

และจากหน้าที่ของนักจัดการเอกสารที่ได้เขียนไว้ข้างต้นแล้ว ในบางองค์กรอาจมีการรวมนักจัดการเอกสารเข้ากับตำแหน่งเหล่านี้อีกด้วย 

- ผู้จัดการโครงการ (การจัดการข้อมูลเป็นองค์ประกอบหลักของการจัดการโครงการ)

- ผู้จัดการด้านไอที

- เจ้าหน้าที่ควบคุมและปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือผู้จัดการฝ่ายกำกับดูแล

- นักจัดเก็บจดหมายเหตุ

แล้วองค์กรที่ส่วนมากต้องการนักจัดการเอกสารมีองค์กรใดบ้าง?

ส่วนมากจะเป็นองค์กรที่ต้องมีการเก็บหรือใช้ข้อมูลจำนวนมากซึ่งก็จำเป็นต้องพึ่งพาทักษะของนักจัดการเอกสาร หรือหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องมีการจัดเก็บข้อมูลไว้อย่างดี เช่น โรงพยาบาล หรือองค์กรสถาบันการเงิน โรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมไปถึงองค์กรอื่นๆ 

และหากนักจัดการเอกสารนั้นมีประสบการณ์มาก ก็สามารถผันตัวเป็นฟรีเลนซ์ หรือเป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กร

ที่มาภาพ : https://www.bitrix24.com/about/blogs/tasks-projects/example-records-management-with-business-process.php


คุณสมบัติของนักจัดการเอกสาร 

ซึ่งปกติแล้วนักจัดการเอกสารต้องมีวุฒิปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย ในด้านการจัดการข้อมูล เช่น สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์, สาขาวิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 

และบริษัทส่วนมากก็ต้องการคนที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว ซึ่งอาจหาประสบการณ์ได้จากการฝึกงาน หรือทำงานอาสา ที่เกี่ยวกับการจัดการข้อมูล หรืองานเอกสารต่างๆ เพื่อมาใช้ยื่นสมัครในตำแหน่งนักจัดการเอกสารตามองค์กร

ทักษะที่จำเป็นของนักจัดการเอกสาร

- มีความอดทน

- มีความรอบคอบและความพิถีพิถัน

- มีความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญ

- มีทักษะในการแก้ปัญหาที่ดี

- มีทักษะในการวิเคราะห์

- มีทักษะในการบริหาร

- มีทักษะในการจัดระบบ

- ทักษะการสื่อสารและการมีอิทธิพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการให้เพื่อนร่วมงานส่งมอบบันทึกหรือใช้ระบบอย่างถูกต้อง

- มีความมั่นใจในการใช้ฐานข้อมูลซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการตามความต้องการและตามมาตรฐาน

- มีทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่แข็งแกร่ง รวมไปถึง การพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การแก้ไขความขัดแย้งและสัญชาตญาณในการสร้างทีม

นักจัดการเอกสารได้ค่าจ้างเฉลี่ยเท่าไหร่?

ดิฉันขอยกข้อมูลค่าจ้างของนักจัดการเอกสารในสหรัฐอเมริกามา  โดยค่าจ้างของนักจัดการเอกสารโดยเฉลี่ยต่อปีในสหรัฐอเมริกาคือ $ 87,342 หากคิดเป็นเงินไทยแล้ว จะเป็น 2,624,234.06 บาท ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2020 แต่โดยทั่วไปแล้วช่วงนี้จะอยู่ระหว่าง 73,032 ถึง 99,240 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 2,194,282.96 ถึง 2,981,715.42 บาท  ค่าจ้างอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ การศึกษา ทักษะที่องค์กรต้องการ ประสบการณ์ของนักจัดการเอกสาร

นักจัดการเอกสารมีหน้าที่สำคัญต่อองค์การอย่างไร?

ที่มาภาพ : https://www.dreamstime.com/illustration/records-management.html


เอกสารนั้นมีความสำคัญต่อองค์การมาก เพราะว่าเอกสารคือข้อมูล ข้อมูลนั้นถือว่าเป็นพื้นฐานในการสั่งการและการขับเคลื่อนให้แก่องค์การ อีกทั้งข้อมูลในเอกสารยังสามารถใช้ในการพัฒนาองค์การได้ เอกสารจึงถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามาก และควรที่จะมีการจัดการที่ดี มีระเบียบ มีประสิทธิภาพ โดยก็ต้องอาศัยผู้ชำนาญเฉพาะ อย่างนักจัดการเอกสารมาช่วยดูแลจัดการเอกสารในองค์การ เพื่อให้เอกสารในองค์การนั้นถูกจัดเก็บไว้ใช้งานอย่างเป็นระเบียบ และถูกดำเนินไปตามกระบวนการต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

นักจัดการเอกสารน่าสนใจอย่างไรในปัจจุบัน

ทีมาภาพ : https://infoconsults.info/services/electronic-document-management-system-consultancy/


ในปัจจุบัน เป็นยุคที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ข้อมูลจำเป็นต้องอัพเดทอยู่เสมอเพื่อนำมาพัฒนาองค์การ โดยจำเป็นต้องมีนัดจัดการเอกสารมาคอยจัดการข้อมูลเพื่อนำข้อมูลออกมาใช้ประโยชน์ต่อองค์การได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ และยังเป็นยุคที่มีการจัดการเอกสารต่างๆบนอินเทอร์เน็ต มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาจัดเก็บเอกสาร องค์การหลายองค์การเริ่มหันมาใช้ระบบนี้ในการจัดเก็บเอกสาร ซึ่งการจัดเก็บจัดการเอกสารแบบนี้จำเป็นต้องใช้นักจัดการเอกสารที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์มาดูแลจัดการเอกสารให้องค์การต่างๆ อีกทั้ง ยัง นักจัดการเอกสารจึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากในปัจจุบัน


สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ นักจัดการเอกสาร ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะนับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ควรมีการผลักดันให้เป้นที่นิยมในประเทศไทยให้มากกว่านี้ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญมากต่อองค์การเลย  หากผู้อ่านเกิดสนใจอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้เพิ่มเติม สามารถค้นหาเพิ่มได้ทางอินเทอร์เน็ต ตามเว็บไซต์ต่างๆ ตามสะดวกเลยค่ะ วันนี้ดิฉันขอตัวลาไปกันแล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ







อ้างอิง

- Targetjobs.(ม.ป.ป.). RECORDS MANAGER: JOB DESCRIPTION [online]. สืบค้นจากhttps://targetjobs.co.uk/careers-advice/job-descriptions/278259-records-manager-job-description ( 13 มกราคม 2564)

- Jooble.(ม.ป.ป.). Records & Information Management Senior Manager [online]. สืบค้นจากhttps://jooble.org/desc/5695647116898438421?ckey=records+management+specialist&rgn=-1&pos=1&elckey=-7545617505352202698&p=1&sid=5527611648874358474&age=51&relb=175&brelb=115&bscr=6504.6006&scr=9898.305260869565&iid=-2247489274925689272 ( 13 มกราคม 2564)

- Indeed.(ม.ป.ป). Records Manager (*Restricted) [online]. สืบค้นจากhttps://www.indeed.com/viewjob?jk=4ec7bd78528aab5d&tk=1ertj7sq7o1gl800&from=serp&vjs=3 ( 13 มกราคม 2564)

- Salary.com.(ม.ป.ป.). Records Manager Salary in the United States [online]. สืบค้นจากhttps://www.salary.com/research/salary/benchmark/records-manager-salary ( 13 มกราคม 2564)


Tuesday, September 1, 2020

Old Town of Segovia and its Aqueduct : พาชมอาณาจักรเก่าแก่ของสเปน ต้นแบบโรมันแห่งเซโกเวียและสะพานส่งน้ำโบราณ


                            

           hola!! ¿Cómo están ustedes?    สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ วันนี้ผู้เขียนมีประโยคทักทายภาษาสเปนก็เพราะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสเปนมาฝากกันค่ะ คราวนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆที่หนึ่งในสเปนค่ะ ! โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองมีความสนใจในประเทศสเปนเป็นพิเศษค่ะ เนื่องจากมีความชอบในภาษา และวัฒนธรรม อีกทั้งประเทศสเปนยังเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่ประวัติศาสตร์อยู่มากมายอีกด้วย   

               สถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้เขียนจะมาแนะนำนั่นก็คือ เมืองเซโกเวียที่เก่าแก่และสะพานส่งน้ำที่โด่งดัง นั่นเองค่ะ ซึ่งสถานที่นี้ก็ได้รับขึ้นเป็น มรดกโลก โดย UNESCO อีกด้วยค่ะ 





                  เมืองเก่าแก่เซโกเวียตั้งอยู่ในใจกลางของสเปนในชุมชนปกครองตนเองคาสตีลและเลออน มีศูนย์กลางอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นบนหน้าผาหินที่มีจุดบรรจบกันของแม่น้ำ Eresma และ Clamores ซางเมืองนี้ถือว่าคืออดีดอาณาจักรโรมันอันรุ่งเรืองที่ยังคงเหลือร่องรอยให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ และนวัตกรรมที่ทันสมัยของคนในยุคโรมัน ที่นั่นก็คือ “ สะพานส่งน้ำโบราณ ” ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพราะต้องการนำน้ำจากแม่น้ำฟรีโอ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 18 กิโลเมตรเข้าสู่ตัวเมือง อีกทั้งเพื่อขยายอำนาจในแถบคาบสมุทรไอบีเรียน โดยสะพานจะยกตัวสูง 1 กิโลเมตรจากพื้นดินก่อนเข้าตัวเมือง แสดงให้เห็นถึงความเก่งของคนในยุคที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำนี้ขึ้นมา แสดงถึงความรุ่งเรืองของชาวโรมัน ที่ยังคงอยู่ในสภาพดีแม้ว่าจะผ่านกาลเวลามาเกือบ 2 พันปีแล้วก็ตาม


ที่มาภาพ thaifly.com/index.php?route=news/news&news_id=1326



       Roman Aqueduct  หรือ สะพานส่งน้ำโรมันนี้ เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้มากที่สุด สะพานส่งน้ำแห่งเซโกเวียได้ถูกคาดการณ์ไว้ว่า อาจถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1ซึ่งสะพานน้ำนี้ก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา สะพานส่งน้ำมีซุ้มประตูสองชั้นเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่อันงดงามของเมืองประวัติศาสตร์แห่งเซโกเวีย เป็นงานก่ออิฐขนาดมหึมาความยาว 813 ม. ประกอบด้วยส่วนตรงสี่ส่วนและอาร์เคดซ้อนทับสองเสาที่มีเสา 128 ต้น ที่จุดต่ำสุดของหุบเขาท่อระบายน้ำตั้งอยู่ที่ความสูง 28.5 ม. จากพื้นดิน


ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


                   สำหรับการเดินทาง สามารถขึ้นรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Madrid Chamartín ทางตอนเหนือของกรุงมาดริด ไปยังสถานี Segovia AV (หรืออีกชื่อคือ Segovia Guiomar) ซึ่งอยู่บนเส้นทางรถไฟระหว่าง Madrid-Valladolid รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเกือบ 250 กม./ชม. จากมาดริดถึงเซโกเวียจึงใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น สถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่นอกเมืองเซโกเวียออกมาประมาณ 6 กม. เมื่อมาถึงจึงต้องต่อรถเมล์สาย 11 เข้าเมืองเพื่อไปลงปลายทางที่ป้าย Acueducto

ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


             รถเมล์จะพาคุณมาลงที่ป้าย Acueducto (แปลว่า “ท่อส่งน้ำ” หรือ aqueduct ในภาษาอังกฤษ) ที่อยู่บริเวณจัตุรัส Plaza Artillería หลังจากลงจากรถเมล์คุณก็จะพบกับ สะพานส่งน้ำ (aqueduct bridge) ตั้งตระหง่านพาดข้ามจากเนินเขาทางด้านซ้าย ไปยังเนินทางขวาซึ่งเป็นตัวเมืองเก่า ตั้งอยู่สูงสง่า ดูสวยงามและอลังการ จากจัตุรัส Plaza Artillería เมื่อเดินลอดใต้สะพานส่งน้ำมา จะเป็นจัตุรัส Plaza del Azoguejo อันคึกคักด้วยผู้คน ซึ่งที่ด้านข้างจะมีบันไดที่พาคุณขึ้นไปยังจุดชมวิวสะพานและตัวเมืองเก่าได้



ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


              หากคุณขึ้นได้ดูยังจุดชมวิวแล้ว คุณจะได้เห็นเมือง เซโกเวียจากมุมสูงอีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่และอารยธรรมอันยาวนานของโรมันอย่างใกล้ชิด ซึ่งชาวโรมันสร้างระบบส่งน้ำลักษณะนี้ขึ้นมานับร้อยแห่งทั่วจักรวรรดิ แต่ที่หลงเหลืออยู่ในสภาพดีมีไม่มากนัก เช่น Pont du Gard ในเมือง Nîmes ประเทศฝรั่งเศส, Aqua Alexandrina ในกรุงโรมประเทศอิตาลี และที่เมืองเซโกเวียนี้


ที่มาภาพhttps://whc.unesco.org/en/list/311/gallery/


             นอกจากสะพานส่งน้ำโบราณ ด้วยความเป็นอาณาจักรเก่าแก่ของสเปน จึงทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยมหาวิหาร ปราสาทต่างๆที่มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมโรมันแบบแท้ๆ โดยคุณสามารถเดินเลาะจากทางจุดชมวิวมาเรื่อยๆเพื่อชมรอบๆเมือง 


ที่มาภาพ https://th.tripadvisor.com/Attraction_Review-g1078994-d1540830-Reviews-San_Millan_Suso_Monastery-San_Millan_de_la_Cogolla_La_Rioja.html


                       บริเวณรอบๆตัวเมืองเซโกเวียก็จะมีโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานมากมายหลายแห่งค่ะ เช่น โบสถ์ San Millan ซึ่งเป็นโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์ และสร้างในสมัยศตวรรษที่ 12    


ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


                        ขอแนะนำให้ไปที่อาคารที่โดดเด่นที่สุดซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบริเวณจัตุรัส Plaza Major คือ มหาวิหารเซโกเวีย ซึ่งจากตำแหน่งนี้จะมองเห็นความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบกอทิกภายนอกได้อย่างใกล้ชิด 


ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


                ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ. 1525-1577 ภายในประกอบด้วยโถงทางเดินใหญ่ที่มีเพดานโค้งสูง 3 แถว และมีคูหาสวดมนต์ที่ประดับประดาอย่างงดงามเรียงรายอยู่ราว 20 แห่ง

ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


                 มหาวิหารเซโกเวียอยู่บริเวณจัตุรัส Plaza Major ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และเปิดเป็นตลาดนัดขายสินค้านานาชนิดด้วย ที่น่าสนใจก็จะเป็นพวกของที่ระลึกและของเก่ามือสอง มีผู้คนมาจับจ่ายกันคึกคัก


ที่มาภาพ https://www.dplusguide.com/2019/spain-segovia/


             การเดินทางกลับก็ใช้เส้นทางเดิม คือมาขึ้นรถเมล์สาย 11 ที่ Plaza Artillería เหมือนตอนที่มาถึง เพื่อนั่งรถไปลงยังป้าย Estación AVE (สถานีรถไฟความเร็วสูง)





                        จบกันไปแล้วค่ะสำหรับการรีวิวและเชิญชวนผู้อ่านมาลองเที่ยวกันที่ประเทศสเปน !! หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวครั้งหน้าของผู้อ่านหลายๆคนนะคะ <3 อยากเชิญชวนผู้อ่านมาลองเที่ยวประเทศสเปนกันดูค่ะ เนื่องจากโดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่า เป็นประเทศที่น่าหลงใหลและน่าค้นหามากๆ มีสถานที่ประวัติศาสตร์มากมาย และอารยธรรมที่โดดเด่นมากมายรอคอยผู้อ่านไปสัมผัสอยู่นะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนค่ะ สวัสดีและขอบคุณมากค่ะ 







อ้างอิง

- UNESCO.(ม.ป.ป.). Old Town of Segovia and its Aqueduct [online]. สืบค้นจาก https://whc.unesco.org/en/list/311/ ( 1 กันยายน 2563)

- Karen, W. (2020). The Roman Aqueduct Of Segovia: Bringing Water To The City [online]. สืบค้นจาก worldwidewriter.co.uk/exploring-roman-aqueduct-of-segovia.html ( 1 กันยายน 2563)

- Chansomwong, W. (2019). เที่ยวสเปน: ส่องสะพานโรมันที่เมืองมรดกโลก Segovia [online]. สืบค้นจาก dplusguide.com/2019/spain-segovia/ ( 1 กันยายน 2563)

- travelmake_am.(2018). Fly Trip: ห้ามพลาด! 5 มรดกโลกของ “ สเปน ” ถ้าไม่ไป…จะเสียใจแย่ \ Don’t Miss! 5 World Heritage Sites Of Spain [online]. สืยค้นจาก http://www.travelmakepic.com/fly-trip  ( 1 กันยายน 2563)






Tuesday, August 25, 2020

Cyberbullying : การกลั่นแกล้งผ่านโลกอินเทอร์เน็ต

 

                        สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันก็ได้นำความรู้มาฝากทุกคนอีกแล้วค่ะ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าในยุคนี้หลายๆคนรู้จักคำนี้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันลักษณะเป็นอย่างไรหรืออาจจะไม่รู้จักดีนัก และคำคำนั้นที่ว่าก็คือ Cyberbullying นั่นเองค่ะ ถือว่าเป็นปัญหาอันดับต้นๆของยุคเลยก็ว่าได้ค่ะเนื่องจากผู้คนทุกวันนี้มีการใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างกว้างขว้างและทั่วถึง   และดิฉันเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยได้รับประสบการณ์หรือเคยไปกระทำใส่บางคนโดยไม่รู้ เพราะฉนั้นเรามาเรียนรู้ไปพร้อมกัน....

 

 

ที่มาภาพ: https://medium.com



 

What is Cyberbullying?

Cyberbullying (การแกล้งกันในโลกออนไลน์) คือการรังแกผู้อื่นผ่านทางโลกออนไลน์ โดยการรังแกในที่นี้เป็นได้ทั้ง การด่าทอ, กล่าวหา, ใช้ถ้อยคำเสียดสี ต่อว่าผู้อื่นโดยเป็นการแกล้งที่เจาะจงบุคคลเป้าหมาย การกดแชร์ผ่าน Social Media ซึ่งการกระทำนี้ จะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าการแกล้งกันทั่วไป เพราะในโลกออนไลน์นั้น ผู้รังแกไม่ได้เผชิญหน้ากับเป้าหมายจริงๆ

                           สมัยนี้ มีการใช้ภาพประกอบ ตัดต่อ แต่งภาพ ให้ดูน่าเกลียดหรือดูตลกกว่าเดิม มีการคิดค้นถ้อยคำกลั่นแกล้งเป็นพัน ๆ ครั้ง มีคนมาเขียนคอมเมนต์ซ้ำเติม แล้วแชร์วนไปในโซเชียลมีเดีย Cyberbullying เหมือนถูกทำร้ายจากคนเป็นพันเป็นหมื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจแพร่กระจายไปได้เป็นล้านคนในเวลาไม่นาน โดยการทำร้ายยังคงอยู่อย่างนั้น   Cyberbullying ซึ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำร้ายจิตใจและอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเหยื่อ ที่แย่คือคนทำสามารถปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ ทำให้ไม่รู้ว่าจะจัดการแก้ปัญหากับใครได้อย่างไร เนื้อหาที่โดนระราน กลั่นแกล้ง รังแก ไม่ว่าจะเป็น การดูถูกเหยียดหยาม ทำให้กลายเป็นตัวตลก เสียชื่อเสียง คอยจับผิด แฉ ประจาน ทำให้อับอาย จนถึงขั้นใส่ร้ายป้ายสี จะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ มีคนมาช่วยแชร์ มาเขียนคอมเมนต์ในด้านลบ กลายเป็นวงจรการระรานทางไซเบอร์ที่ทำร้ายเหยื่อไม่สิ้นสุด

สาเหตุของการระรานออนไลน์

                       เกิดขึ้นได้ทั้งจากการแกล้งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้อกันเล่นขำ ๆ แล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งกันในโรงเรียน ความเกลียดชัง ทั้งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล อาจแค่ไม่ชอบหน้า หรือความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน แล้วใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์โจมตีกัน รูปแบบของ Cyberbullying ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่

1.การข่มขู่คุกคาม หรือให้ร้ายเหยื่อ บางครั้งนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันจริง ๆ

2.การเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ โดยการเอาไปโพสต์หรือส่งต่อให้คนอื่นรับรู้ เช่น ภาพหลุด ภาพตลก ๆ เพื่อประจาน ทำให้อับอาย

3.การคุกคามทางเพศ โดยใช้ถ้อยคำที่ส่อไปในทางเพศ ส่งภาพหรือวิดีโอมาให้แล้วชวนทำกิจกรรมทางเพศ การตัดต่อภาพโป๊เปลือย การลวงให้ส่งรูปไม่เหมาะสมแล้วนำไปโพสต์ประจานหรือแบล็กเมล

4.การแอบอ้างตัวตน โดยการแอบเข้าบัญชีออนไลน์ของเหยื่อ หรือสร้างบัญชีใหม่โดยใช้ชื่อและ/หรือรูปภาพของเหยื่อ แล้วนำบัญชีไปใช้ในทางไม่เหมาะสม

5.การสร้างกลุ่มเพื่อโจมตี เช่น เพจแอนตี้ต่าง ๆ เพื่อจับผิด ประจาน พูดคุยตำหนิ ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเกลียดชังเหยื่อ

ผลกระทบของเหยื่อจากการโดน Cyberbullying

ที่มาของภาพ: https://www.verywellfamily.com/what-are-the-effects-of-cyberbullying-460558


  • อับอาย                   
  • หวาดกลัว                
  • หวาดระแวง
  • หดหู่                      
  • รู้สึกโดดเดี่ยว            
  • เศร้าหมอง
  • ท้อแท้ สิ้นหวัง           
  • ไร้ค่า

           และยังเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง เจ็บป่วย ทำร้ายตัวเอง และอาจรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย

ประสบการณ์ของดิฉันจากการโดน Cyberbullying

 

 

ที่มาของภาพ: https://kidshelpline.com.au/teens/issues/cyberbullying

 


 

                 ดิฉันเคยโดยเพื่อนสมัยมัธยมคอมเม้นต์ด้วยถ้อยคำเชิงกลั่นแกล้ง พูดให้เสียความมั่นใจในรูปร่างและรูปลักษณ์ของตัวเองใน Facebook เมื่อสมัยมัธยมต้น เช่นคำว่า อ้วน ดำ ปากใหญ่ ซึ่งทำให้ดิฉันในวัย 13 เสียความมั่นใจในตัวเองไปโดยอย่างหมดสิ้น กว่าจะกลับมามีความมั่นใจนั้นได้ทำให้ดิฉันใช้เวลาไปอยู่หลายปี

ตัวอย่างเหยื่อCyberbullying

 

Megan Taylor Meier

ที่มาภาพ: https://meganmeierfoundation.org/megans-story

 


          
เด็กสาวชาวอเมริกันวัย 13 ปี เธอเป็นเด็กที่ติดโซเชียลมาก โซเชียลที่เธอเล่นเป็นประจำคือ
MySpace วันหนึ่งเธอได้ตอบรับคำขอเป็นเพื่อนจาก Josh Evans ที่แอบอ้างว่าเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ซึ่ง Tina Meier แม่ของ Megan ก็ได้ถามลูกว่ารู้จัก Josh ไหม เธอก็ตอบว่าไม่

          Josh บอกว่าเขาเกิดที่ Florida แต่เพิ่งย้ายมาเมือง O’Fallon เมืองเดียวกับที่ Megan อาศัยอยู่ แล้ว Megan ก็ติดต่อกับ Josh อยู่เรื่อยมา แต่ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น นั่นคือเธอได้ทำการผูกคอตายในตู้เสื้อผ้าเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันครบรอบวันเกิด 14 ปีของเธอ

          เมื่อเข้าไปดูในบัญชี MySpace ก็พบว่า ก่อนที่ Megan จะตัดสินใจฆ่าตัวตาย มีข้อความสุดท้ายส่งมาจาก Josh ว่า “Everybody in O’Fallon knows how you are. You are a bad person and everybody hates you. Have a shitty rest of your life. The world would be a better place without you.” (“ทุกๆ คนใน O’Fallon รู้นิสัยแกดี แกมันนังสารเลว แล้วทุกๆ คนก็เกลียดแก ขอให้ชีวิตที่เหลือของแกมีแต่ความเฮงซวย โลกคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีคนอย่างแกอยู่”)

           สุดท้ายเรื่องนี้ก็ถูกเปิดเผยว่า Josh Evans เป็นแอคเคาท์ปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยแม่ของเพื่อนร่วมชั้น Megan โดยเธอบอกว่าทำไปเพราะจะหลอกหาข้อมูลของ Megan ไปรังแกต่อในภายหลัง

 

วิธีจัดการกับการถูกระรานทางไซเบอร์

ที่มาของภาพ: https://www.nbtc.go.th/News/Information/39131.aspx


                                 โดยเริ่มต้นด้วยการประเมินการใช้งานโซเชียลมีเดียของตนเอง ปรับเวลาใช้งานให้เหมาะสม ใช้เวลากับผู้คนในชีวิตจริงมากขึ้น หากเมื่อเกิดการระรานขึ้นกับตัวคุณ ให้ปฏิบัติดังนี้

 1. อย่าตอบสนองข้อความกลั่นแกล้ง เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ลง และเป็นสิ่งที่ผู้ระรานต้องการให้เกิดขึ้น

  2.ไม่เอาคืน การแก้แค้นหรือตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกันจะทำให้ไม่ต่างจากคนที่กลั่นแกล้งเรา อาจทำให้เรากระทำความผิดและเป็นจำเลยสังคมแทน

 3. เก็บหลักฐาน บันทึกภาพและข้อความที่ทำร้ายคุณ เพื่อรายงานผู้ปกครองหรือผู้บังคับใช้กฎหมาย

 4. รายงานความรุนแรง ส่งข้อมูลความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทางโซเชียลมีเดีย

 5. ตัดช่องทางติดต่อ โดยลบ แบน บล็อก ทุกช่องทางเชื่อมต่อกับคนที่มาระราน ระมัดระวังการติดต่อกับคนกลุ่มนี้ในอนาคต

 

             จบกันไปแล้วนะคะสำหรับความรู้เกี่ยวกับ Cyberbullying ที่ดิฉันนำมาเผยแพร่ในวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้คนที่ไม่รู้หรือคนที่ยังไม่เข้าใจได้ประโยชน์นะคะ ผู้อ่านทุกคนจะได้ระวังตัวมากขึ้นเวลาท่องโลกอินเทอร์เน็ต ช่วยเหลือกันคนละมือ ปัญหานี้ก็จะค่อยๆลดลงไป คอยเป็นกำลังใจให้กัน อย่าใจร้ายต่อกันเลยนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันต้องขอตัวลาไปก่อน ขอบคุณและสวัสดีค่ะ

 

‘’ If you’re experiencing cyberbullying, you’re not alone. It can be upsetting and difficult to escape. Find out what cyberbullying is and what you can do to protect yourself. ‘’ - Kidshelpline.com

 

 

 

อ้างอิง

-         Omega.(2017).คุณรู้จักความหมายของ Cyberbullying​ ดีพอแล้วหรือยัง?[Online].สืบค้นจาก: https://medium.com/@supanatwongchai/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-cyberbullying-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87-ce4d6f434b47  ( 25 สิงหาคม 2563)

-        Meganmeierfoundation. (ม.ป.ป). Megan's Story[Online].สืบค้นจาก: https://meganmeierfoundation.org/megans-story ( 25 สิงหาคม 2563)

-        สยามรัฐออนไลน์.(2019).แนะ 5 วิธีรับมือ “ Cyberbullying” เมื่อชีวิตถูกระรานในโลกไซเบอร์[online].สืบค้นจาก: www.siamrath.co.th/n/109294 ( 25 สิงหาคม 2563)

-        สพรอ.(2019). Cyberbullying : ระรานออนไลน์ ร้ายล้านวิว[online].สืบค้นจาก: https://www.etda.or.th/content/stop-cyberbullying-2019.html ( 25 สิงหาคม 2563)


Records management program ภายใน University of Wollongong

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกคน...กลับมาพบกับดาอีกแล้วนะคะ :D ดาด้าก็จะเข้ามาโพสต์ถึงเนื้อหาเกี่ยวกับสารสนเทศที่มีสาระน่าสนใจเช่นเคยค่ะ สำหรับสาระน่าร...